ประวัติความเป็นมา

ในปี พ.ศ. 2532 เกิดพายุไต้ฝุ่นเกย์ในอ่าวไทยบริเวณจังหวัดชุมพร กองทัพเรือซึ่งได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเล ได้ใช้เรือและอากาศยาน ในการค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัย แต่พบอุปสรรคคือเรือขนาดใหญ่ที่สุดที่กองทัพเรือมีอยู่ขณะนั้น ไม่สามารถทนสภาพทะเลได้ ทำให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยกระทำได้ด้วยความยากลำบาก

การมีเรือขนาดใหญ่พร้อมอุปกรณ์ทันสมัยจะสามารถใช้ในการค้นหา และให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทะเลได้อย่างรวดเร็วและทันการ และหากว่ามีเฮลิคอปเตอร์ประจำการบนเรือจะช่วยขยายพื้นที่ในการลาดตระเวน และระยะเวลาในการปฏิบัติการในทะเลได้เป็นเวลานานและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น กองทัพเรือจึงได้มีแนวความคิด ในการสร้างเรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ เพื่อให้สามารถบรรลุภารกิจตามความมุ่งหมาย

จนกระทั่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อ 17 มีนาคม พ.ศ. 2535 อนุมัติให้กองทัพเรือว่าจ้างสร้างเรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ จากบริษัทบาซาน เมืองเฟรรอล ประเทศสเปน ในวงเงินประมาณ 7,100 ล้านบาท และกองทัพเรือได้ลงนามในสัญญาว่าจ้างสร้างเรือเมื่อ 27 มีนาคม พ.ศ. 2535

กองทัพเรือได้ขอพระราชทาน ชื่อเรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่กองทัพเรือ และเป็นขวัญกำลังใจแก่กำลังพลประจำเรือ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อเรือหลวงลำนี้ว่า เรือหลวงจักรีนฤเบศร แปลว่า ผู้เป็นใหญ่แห่งราชวงศ์จักร และใช้คำขวัญว่า “ครองเวหา ครองนที จักรีนฤเบศร”

ในวันที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2540 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จมาทรงเจิมเรือหลวงจักรีนฤเบศร

ข้อมูลทั่วไป

เรือหลวงจักรีนฤเบศร หรือ เรือรบหลวงจักรีนฤเบศร เป็นเรือบรรทุกอากาศยานลำแรกและลำเดียวของราชนาวีไทยและอาเซียน ประจำการในส่วนกำลังรบของกองทัพเรือ เป็นเรือที่ต่อขึ้นจากประเทศสเปน ขึ้นระวางประจำการเมื่อ วันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2540 ได้ใช้งานปฏิบัติภารกิจด้านยุทธการและช่วยเหลือภัยพิบัติตลอดน่านน้ำไทยทั้งฝั่งอ่าวไทย และฝั่งทะเลอันดามัน นอกจากนี้ยังเปิดให้ประชาชนทั่วไปได้เข้าชมตามวันและเวลาที่กำหนดด้วย

เรือหลวงจักรีนฤเบศร

ข้อมูลเรือ

ผู้สร้าง บริษัท บาซาน ประเทศสเปน
วางกระดูกงู 12 กรกฎาคม 2537
ปล่อยเรือลงน้ำ 20 มกราคม 2539
ขึ้นระวางประจำการ 20 มีนาคม 2540
ความยาวตลอดลำ 182.6 เมตร
ความยาวที่แนวน้ำ 164.1 เมตร
ความกว้างกลางลำที่แนวน้ำ 22.5 เมตร
ความกว้างดาดฟ้าบิน 30.5 เมตร
ความสูงถึงดาดฟ้าบิน 18.5 เมตร
ความสูงยอดเสา 42 เมตร
กินน้ำลึกเต็มที่ 6.2 เมตร
ระวางขับน้ำเต็มที่ 11,544 ตัน
ความเร็วมัธยัสต์ 12 นอต
ความเร็วสูงสุด 27 นอต
ระยะปฏิบัติการไกลสุด 10,000 ไมล์ ที่ความเร็ว 12 นอต

ระบบขับเคลื่อน
เครื่องจักรใหญ่แบบ CODOG (COMBINED DIESEL OR GAS TURBINE)
– เครื่องยนต์แก๊สเทอร์ไบน์ GM LM 2500 จำนวน 2 เครื่อง
– เครื่องยนต์ดีเซล MTU 16 V 1163 TB จำนวน 2 เครื่อง
คลัชท์ แบบ HYDRAULIC COUPLING และ SELF
SYNCRONIZING SHIFTING CLUTCH
เพลาใบจักร จำนวน 2 เพลา หมุนออกนอกตัวเรือ
ใบจักรแบบปรับพิทช์ได้ จำนวน 4 ใบ/พวง

ระบบไฟฟ้า
เครื่องขับเครื่องกำเนิดไฟฟ้า จำนวน 4 เครื่อง
เครื่องกำเนิดไฟฟ้า จำนวน 4 เครื่อง

เครื่องจักรช่วยและเครื่องจักรอื่นๆ
เครื่องปรับอากาศ ขนาด 155 ตัน จำนวน 3 เครื่อง
เครื่องทำความเย็น ขนาด 5 ตัน จำนวน 2 เครื่อง
เครื่องปรับแต่งอาการโคลงของเรือ จำนวน 2 ชุดเครื่อง
เครื่องผลิตน้ำจืดแบบ REVERSE OSMOSIS จำนวน 4 เครื่อง
ระบบลิฟท์ จำนวน 5 ตัว

อาวุธ
อาวุธป้องกันตนเองระยะประชิดแบบ SADRAL จำนวน 3 แท่นยิง
อาวุธปืน 20 มม. จำนวน 4 แท่นยิง

อากาศยานประจำเรือ
เครื่องบินขึ้นลงทางดิ่งแบบ AV-8S จำนวน 9 เครื่อง
เฮลิคอปเตอร์แบบ S-70B จำนวน 6 เครื่อง

โรงพยาบาล
ห้องรักษาพยาบาล ประกอบด้วย ห้องตรวจโรค ห้องผ่าตัด ห้องเอกซ์เรย์ และห้องทันตกรรม
ห้องผู้ป่วย สามารถรองรับผู้ป่วยได้ จำนวน 15 เตียง
ห้องผู้ประสบภัย สามารถรองรับผู้ประสบภัยได้ จำนวน 26 เตียง

กำลังพลประจำเรือ (ไม่รวมฝูงบิน)
นายทหาร 42 นาย
พันจ่า 69 นาย
จ่า 230 นาย
พลทหาร 110 นาย
รวม 451 นาย

ภารกิจ
ร.ล.จักรีนฤเบศร เป็นเรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ขนาดใหญ่ ลำแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีระวางขับน้ำ้มากถึง 11,743 ตัน สามารถทนต่อคลื่นลมรุนแรงได้ในระดับ 9 ซึ่งคลื่นมีความสูงถึง 13.8 เมตร และเพื่อให้การต่อเรือเป็นไปอย่างคุ้มค่า กองทัพเรือจึงได้พิจารณากำหนดคุณลักษณะเฉพาะของเรือ ให้สามารถทำหน้าที่เป็นฐานปฏิบัติการในทะเล เพื่อต่อระยะทำการของอากาศยาน และเรือรบของกองทัพเรือ ให้สามารถปฏิบัติภารกิจหน้าที่คุ้มครองผลประโยชน์ของชาติทางทะเล และปกป้องอธิปไตยของชาติได้อีกด้วย

ร.ล.จักรีนฤเบศร ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติภารกิจสำคัญในยามสงบและยามสงคราม ได้แ่ก่

ยามสงบ
– การช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ
– ปฏิบัติการค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทะเล
– ปฏิบัติการอพยพประชาชน
– ปฏิบัติการควบคุมและรักษาสิ่งแวดล้อมในทะเลและบริเวณชายฝั่ง
– คุ้มครองผลประโยชน์ของชาติในทะเล

ยามสงคราม
– ทำหน้าที่เป็นเรือธง ควบคุม บังคับบัญชากองเรือในทะเล
– ควบคุมการปฏิบัติการป้องกันภัยทางอากาศให้กับกองเรือ
– ควบคุมการปฏิบัติการป้องกันภัยผิวน้ำ้ให้กับกองเรือ
– ควบคุมการปฏิบัติการปราบเรือดำน้ำให้กับกองเรือ
– สนับสนุนการปฏิบัติการทางทหาร

ร.ล.จักรีนฤเบศร เปิดให้้ประชาชนสามารถเข้าเยี่ยมชมได้ทุกวัน ระหว่างเวลา 9.00 – 17.00 น.

ประชาชนทุกคนสามารถเยี่ยมชมเรือได้ โดยไม่ต้องทำเรื่องขออนุญาต ยกเว้นกรณีต้องการเยี่ยมชมเป็นหมููู่คณะ กรุณาแจ้งชื่อหน่วยงานหรือคณะ จำนวนผู้เยี่ยมชม และวันเวลาที่ต้องการเยี่ี่ยมชม และส่งถึง กองเรือยุทธการ โดยจ่าหน้าซอง ดังนี้
เรียน ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ  (วงเล็บมุมซอง เยี่ยมชมเรือ)
กองเรือยุทธการ ตำบลสัตหีบ
อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี
20180

ข้อปฏิบัติในการเยี่ยมชมเรือ
1. ร.ล.จักรีนฤเบศร เปิดให้เยี่ยมชมระหว่างเวลา 9.00 น. – 17.00 น. โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
2. เรือรบเป็นสถานที่ราชการ โปรดแต่งกายสุภาพ และงดสูบบุหรี่
3. ห้ามนำกระเป๋าสัมภาระ กระเป๋าหรืออาหาร เครื่องดื่ม สัตว์เลี้ยง และกล้องวีดีโอขึ้นบนเรือ (ผู้เยี่ยมชมสามารถนำกล้องถ่ายภาพขึ้นบนเรือได้ ยกเว้นกล้องวีดีโอ)
4. ห้ามพกอาวุธ และวัตถุอันตรายขึ้นบนเรือโดยเด็ดขาด
5. ชาวต่างประเทศไม่อนุญาตให้เยี่ยมชมเรือ (Foreign visitors require permission from Royal Thai Navy)
6. การเยี่ยมชมเรือให้ใช้เส้นทางเยี่ยมชม เฉพาะบริเวณที่กำหนดเท่านั้น และโปรดปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด
7. โปรดแสดงบัตรประจำตัวประชาชน/บัตรประจำตัวข้าราชการกับเจ้าหน้าที่
8. บุคคลซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตราย และไม่สามารถปฏิบัติตามข้อปฏิบัติดังกล่าวได้ เจ้าหน้าที่จะไม่อนุญาตให้เยี่ยมชมเรือ

ที่มา : เว็บไซต์ที่ท่องเที่ยวไทย